เรื่อง มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอน ม ปลาย สมัยตอนอยู่ ม. 5....โน่นแน่ะ (อ่ะนะ ทำยังกะตอนนี้ตัวเองแก่เหลือเกิน เพิ่งผ่านมาไม่กี่ปีเอง)
ผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับผม เคยได้ยินเค้าพูดกันบ่อย ๆ ว่า รักแรกพบ ผมก็ได้แต่เพียงคิดว่ามันเป็นเรื่องพูดกันทั่วไปไม่คิดว่ามันจะมีจริง หรือว่าไม่สนใจเพราะว่ามันคงไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และทำให้ผมไม่ลืมจนมาถึงทุกวันนี้
ตอนเช้า เปิดเรียนวันจันทร์ ปกติผมจะขี่มอไซต์ไปเรียน มันสบายดีไปสายก็ได้ ไม่เหมือนกับขึ้นรถประจำต้องตื่นแต่เช้า แต่มันก็ลำบากตอนฝนตก(บอกทำไมเนี่ย) แต่วันนี้อากาศแจ่งใสจังเลย รู้สึกยังงัยไม่รู้ขี้เกียจขี่รถไปเองวันนี้อยากนั่งสบาย ๆ แล้วพ่ออยู่บ้านด้วย วันนี้เลยให้พ่อขับรถไปส่งดีกว่า พี่ผมต้องบอกว่า ผมไปโรงเรียนยังงัยก็เพราะว่าการไปทั้งสองแบบมันต่างกัน แล้ววันนี้ที่ผมเลือกให้พ่อไปส่งมันเหมือนกับเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ถ้าวันนั้นผมไม่ติดสินใจให้พ่อไปส่งผมคงไม่มีโอกาสได้มานั่งประทับใจอย่างนี้ ร่ายซะยาวเลยเรา.....มันมีอยู่ว่า ถ้าผมเลือกขี่มอไซต์ไปเรียนผมจะเข้าประตูหลังโรงเรียนเพราะว่าใกล้ที่จอดรถและไม่ต้องไปคอยเจอจราจรดักตรวจใบขับขี่หน้าโรงเรียน เสียเวลาปล่าว แต่ถ้าพ่อมาส่งผมจะลงหน้าโรงเรียน บรรยากาศหน้าโรงเรียนตอนเช้าจะคึกคักดี มันเป็นความรู้สึกบ้าส่วนตัวมั้งที่รุ้สึกชอบบรรยากาศเช้า ๆที่ ทุกคนจะสดใส เจอหน้ากัน ทักกัน ยิ้มให้กัน กลิ่นแป้งหอม ๆ ยามเมื่อ พวกเธอเดินผ่าน มันทำให้รู้สึกสดชื่น(จริง ๆ นะ) มาต่อกันดีกว่า เมื่อผ่านประตูโรงเรียนมา ก็ต้องมารูดบัตรกัน เพื่อเช็คเวลาเข้า นี่ละครับ จุดสำคัญ
ผมเข้าแถวต่อคิวรอรูดบัตร ก็ยืนมองเรื่อยเปื่อย แต่ก็ต้องสะดุดก่อนที่ไกล้จะถึงคิวตัวเองก็มองไปที่ตู้รูดบัตร คนก่อนหน้าผม 2 คน....สุดยอด..นี่ล่ะหน้า..เค้าเรียกว่าสวรรค์โปรด ...เด็กน่ารัก ขาว ๆ ปากแดง ๆ หน่อย หน้าออกแนวเกาหลี ๆนิด ๆ ขณะที่ผมกำลังอึ้งอยู่นั้นเพื่อนคนหนึ่งมันก็มาทักผม...ผมก็หันไปบอกให้มันมองดูคนข้างหน้าคนที่ผมกำลังมองอยู่ ถามว่ารู้จักมั้ยว่าเป็นใคร ทำไมผมไม่เคยเจอมาก่อน ผ่านมาตั้ง 1 ปี ทำไมไม่เคยเห็นหน้า เพื่อนมันบอกว่าไม่เห็นมีใครเลย ผมก็หันไปน้องเค้าหายไปแล้ว คนที่ผมอยากรู้จัก แล้วก็ถึงคิวผมพอดี ผมก็เดินมองหาบริเวณรอบ ๆ นั้นเผื่อว่า จะเจอ แต่ไม่เจออ่ะ แต่วันนั้นทั้งวันผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ อธิบายให้เพื่อนมันฟังมันก็คงไม่เข้าใจดีถึงความรู้สึกในใจที่ผมมีอยู่ มันแทบจะระเบิดออกมา ว่า เค้าคนนั้นอยู่ที่ไหน จากนั้นทุก ๆวัน ผมก็จะคอยมองหาเค้าตลอด แต่ไม่เคยเจอ..เค้าเป็นใคร แล้วเค้าไปอยู่ที่ไหน ...ผมก็ไม่ท้อนะผมก็พยายามหาเค้า..สักวันคงจะเจอผมก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น
เทอม 1 ผ่านไป ผมก็ยังไม่เจอ...รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย..แต่ก็ช่างมันเถอะ..พระเจ้าคงไม่เข้าข้างผม(ไม่ใช่สิ ผมนับถือพุทธ พระพุทธเจ้าคงไม่เข้าข้างผม...รู้สึกว่า จะเล่นของสูงแล้วเรา บาปกินหัวป่าวหว่า)
แต่แล้วพระเจ้าก็เข้าข้างผม วันลอยกระทง ผมเป็นคณะกรรมการนักเรียนอยู่ด้วยต้องไปร่วมเดินขบวนประกวดกระทง ก่อนเดินขบวนก็ไปรวมตัวกันก่อน นั่งกินข้าวคับเพราะว่าเดินไกลมาก ตั่งแต่เย็นจนดึกอ่ะอาจารย์ก็เลยเลี้ยงข้าวววววววววว ทันใดนั้นที่ผม กำลังจะเดินไปหยิบข้างกล่อง ๆ น้อง ๆ น้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน้อง เค้ามาอีกแล้ว ในชุดพื้นเมือง น่ารักมากๆๆ ผมเลิกให้ความสนใจกับการกินข้าวทันที แล้วรีบวิ่งไปถามเพื่อนว่า น้องคนนั้นอ่ะเค้าเป็นใคร เสียงเพื่อนตอบ อ๋อ ออกมาทำให้ผมใจผมเต้นแรงมากขึ้น น้องคนนี้เพื่อนเค้ารู้จักแล้วเป็นน้อง ม 2/1 ซึ่งไอ้เพื่อนผมไปชอบเพื่อนในกลุ่มของน้องเค้าอยู่ ไปไหนมาไหนด้วยกันก็เลยเห็นหน้าบ่อย น้องปัด บ้านอยู่แถวแยกเพ็ญทรัพย์ บ้านเป็นร้านขายเครื่องดนตรีไทย อยู่ตรงข้ามโรงเรียนน้องผมพอดีเลย ข้อมูลที่ผมทราบได้ตอนนี้ บรรยากาศการเดินงานลอยกระทงคืนนี้ช่างมีความสุขจังเลย ผมคิดในใจ ผมไม่ต้องเดิน เพราะว่า เป็นคณะกรรมการนักเรียนก็คล้ายกับว่า เป็นสตาฟ เคยถือถุงเทียน เดิมโคมที่น้อง ๆ เค้าถือกัน เพื่อนก็รู้ว่าผมชอบ มันก็เป็นใจให้ผมจริงๆ เรียกถ่ายรูปแถว ๆนั่นบ่อย ๆแล้วผมอ่ะนะ ก็เดินอยู่แถวนั้นแหล่ะ กลัวว่าเทียนแถวนั้นจะดับแล้วไม่สวย คิคิเพื่อนเรียกถ่ายรูป ก็จะเฮกันไปเพื่อนก็จะดันให้ผมไปไกล้ มีอกาสถ่ายไกล้กัน 3 ใบแน่ะ ผมเขิลมาก ๆ นับว่าเป็นคืนวันลอยกระทงที่ผมจะไม่มีวันลืมและยังจำเหตุการณ์ ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี คืนนั้นก็ผ่านไปด้วยการได้รู้จักน้องเค้าจริง ๆ แต่ผมยังกล้าที่จะเข้าไปคุยกับเค้าอีกนะ มันเขิลอ่ะ
เพราะว่าผมเป็นคนขี้อายมาก ๆ
ไม่น่าเชื่อหลังจากนั้นผมก็เจอน้องเค้าทุกวันทำไมมันหาง่ายอย่างนี้ อาจเป็นเพราะว่าผมไปจดตารางสอนของห้อง 2/1 มาติดตัวไว้ก็ได้ ทำให้หาเรื่องชวนเพื่อน เดินไปทำอะไรแถว ๆ นั้น บางทีก็พออ้อมเฉย ๆ ไม่รู้ว่าเพื่อนมันจะรู้รึป่าวไม่รู้นะ แต่ว่า ก็อ่านะมันจำเป็น มันเป็นสิ่งสำคัญเพื่อน เอ๋ย ขอบใจมากว่ะ ผมส่งช๊อกโกแลตให้น้องเค้าทุกวัน โดยที่น้องเค้าไม่รู้หรอกว่ามาจากใครเพราะว่าผมจะฝากเพื่อนไปให้อีกทีหนึ่ง ผมเอาปลาทองมาให้ 3 ตัว เห็นน้องเค้าบอกว่าชอบเลี้ยงปลา อืมไม่รู้ว่าจริงรึป่าวหว่า ผ่านไป 2 เดือนกว่า ๆ เพื่อนคงบอกว่าพี่คนนี้เป็นคนฝากของมาให้โดยตลอดน้องเค้าก็คงรู้แล้วล่ะ แต่ผมก็ยังไม่กล้าเข้าไปคุยกับน้องเค้าอยู่ดี อาจเป็นด้วยสันดอน ติดตัวจริงๆ นะเนี่ย ไอ้ความที่ไม่รู้จักกล้าเรื่องอย่างนี้สักที แต่ผมเป็นคนขี้อายมากจริง ๆ.....
โอกาสอีกครั้ง กับการได้ไกล้ชิดอย่างจริงจัง ผมต้องช่วยอาจารย์คุมสอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้คุมห้องไหน เป็นการสอบวัดผล ม ต้น ใช้วิธีจับฉลาก อืมมในใจก็ภาวนาไว้เหมือนกัน ขอ 2/1เถอะ ๆเย้!!!!!!!!!!!
ได้จริง ๆ ด้วยอ่ะ........ผมคุมสอบห้อง 2/1 พรุ่งนี้แล้วสินะผมต้องคุมสอบ
วันนี้แทบไม่มีสมาธิเรียนตอนเช้า ตอนบ่ายต้องคุมสอบ ตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปไกล้น้องเค้ามากขนาดนั้น
พอถึงเวลาผมก็เอาข้อาสอบไปที่ห้อง ไอ้น้อง ๆทั้งหลายก็กำลังวิ่งเล่นก็ตามประสาเด็ก ม2 เนาะ ผมก็บอกให้เงีบย ๆ เหมือนอาจารย์เลยหว่า ๆ แล้วก็แจกข้อสอบ อืมมมมเขิลลลลนึกถึงตอนนี้แล้วยังขนลุกเลยอ่ะ..อิอิผมได้แจกข้อสอบน้องเค้า ได้ยินเสียงน้องเค้าบขอบคุณพร้อมกับสบตาเราไปด้วย น้องเค้าคงสงสัยอ่ะมั้ง ไอ้พี่คนนี้นี่เองที่คอยส่งช๊อกโกแลตให้ทุกวัน แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจอะไร ผ่านไปสักพัก มีคนเอาอาหารว่างมาเสริพ เฮ้ออออออผมแทบไม่อยากกินเลยยย..และก็กินไม่ลงด้วย พยายามมองไปทางน้องเค้าอยู่เรื่อยเลย บางทีน้องเค้าเงยหน้าขึ้นมาก็มาเจอผมมองพอดี อายสิครับงานนี้แล้วก็หันไปมองทางอื่นก่อนแล้วค่อยแอบ ๆ กลับมามองใหม่ ๆ หุหุงานนี้น้องจะลอกกันก็ปล่อยคับ ผมเข้าใจดี ๆ น้องเค้าคงคิดว่าผมเลือกที่จะมาคุมห้องนี้ แต่มันจับฉลากได้จริง ๆ อ่ะ แล้วไม่ได้โกงด้วย...มีความสุขจัง
ผมก็ทำอย่างนี้ของผมมาตลอดเรื่อยจนมาถึง ม 6 เลย ไม่กล้าเข้าไปคุย ได้แต่ส่ง ของอันนั้นอันนี้ไปให้ เวลาผ่านหน้าบ้านน้องเค้าผมมักจะมองเข้าไปในร้านเสมอ เคยเจอน้องเค้าอยู่ครั้งเดียวเอง อยากได้เครื่องจนตรีไทยสักเครื่องจัง แต่ไม่รู้จะเอามาทำไม แล้วก็ไม่ได้ถูก ๆ ด้วย เอ้ออ ก็คิดได้แค่นั่น 55
จนวันสุดท้าย วันปัจฉิมนิเทศ วันที่ผมกำลังจะต้องจากน้องเค้าไป น้องเค้าอยู่ ม 3 พอดี เค้าก็มีปัจฉิมเหมือนกัน เรื่องทุกอย่างมันจบวันนี้แหล่ะ และถึงกับทำให้ผมมีน้ำตา จากเพื่อนผมยังไม่ร้องไห้เลย....วันปัจฉิมผมตั้งไว้ว่าผมจะเข้าไปคุยกะน้องเค้า และเตรียมของขวัญไปให้น้องเค้าด้วย อ่านะ..ผมก็ต้องเจอกับสิ่งทีผมไม่คาดคิดเมื่อเพื่อนมาบอกว่าน้องเค้ามีแฟนแล้วและกำลังนั่งจีบกันอยู่ตรงระเบียงหน้าห้องเรียน จริง ๆคับ ผมไปแอบดู
ความรุ้สึกตอนนั้นแทบอยากทำอะไรบ้า ๆ รู้สึกผิดหวัง เศร้า วันปัจฉิม วันที่น่าจะประทับใจทราบซึ้งใจ กลับต้องเจออย่างนี้ ของขวัญที่เตรียมมาไม่ได้ให้ แล้วผมก็หลบไปล้างหน้าหน้าห้องน้ำ ไม่ใช่อะไรหรอก อายเพื่อนมัน ไม่อยากให้เห็นน้ำตา เพราะว่า กั้นไว้ไม่อยู่จริงๆ ....มันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ผมไม่ได้โกรธใครนะ โกรธตัวเองมากกว่าที่ไม่สร้างโอกาสให้ตัวเองบ้าง
เรื่องมันจบลงอย่างไม่มีความสุขหรอกครับ แต่ผมก็ยังรู้สึกดีนะ ที่ช่วงเวลาหนึ่งผมได้มีความสุข กับสิ่งที่ผมทำอยู่ ถึงแม้มันจะเหมือนเป็นการ สาดน้ำลงหน้าผา มันไม่มีวันที่จะย้อนกระทบให้ผม ได้เย็นชุ่มฉ่ำกับมันได้
แต่มันก็รุ้สึกดี ภาพเก่า ๆที่ผม ต้องไปเคยเฝ้าน้องเค้าเลิกเรียนเพื่อดูหน้า แป๊บเดียว แค่นี้ผมก็สุขใจแล้ว มันเป็นความรุ้สึกประทับใจ สำหรับคนอย่างผม และนี่ล่ะครับ ที่มา ของ smallfox น้องเค้าหน้าออกแนวเกาหลี ๆ จิ้มลิ้ม มองทีไรนึกถึงสุนัขจิ้งจอกทุกมี ผมก็เลยใช้สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ตัวผมมาจนถึงทุกวันนี้
แค่ได้รักคนดี ดี ผมก็มีความสุข แล้ว ความสุขของคนเรามันต่างกัน บางคนอาจคิดว่าไร้สาระ แต่มันก็ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งได้รู้จักกับคำว่า..รัก.....แม้ไม่ได้เป็นคนที่ถูกรัก
edit @ 2005/10/06 00:52:35